Close

เหตุผลในการปรับค่าโดยสาร UberX พื้นที่ กรุงเทพ

วันที่ 7 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมามีการปรับค่าโดยสารสำหรับ UBERX ต่อไปนี้

เริ่มต้น 20 บาท จากเดิม 25 บาทเมื่อเรียกรถ
วิ่งคิดเงินกิโลเมตรละ 4 บาท จากเดิม 4.50 บาทต่อกิโลเมตร
ระยะเวลาคิดเป็นเงิน 2 บาทต่อนาที จากเดิม 1 บาทต่อนาที

จะเห็นได้ว่า การปรับนั้นจะมีผลต่อเรื่องเวลาในการนั่งรถอูเบอร์มากที่สุด เหตุผล น่าจะเป็นการที่ผู้ขับอูเบอร์จะบ่นว่า ถ้าหากว่าเข้าไปในพื้นที่ทึ่รถติดเมื่อไหร่ จะเริ่มไม่คุ้มค่าขึ้นมาทันที ก็น่าจะใช่ เพราะลองคิดดู ถ้าหากว่าแต่เดิมคนขับอูเบอร์เกิดขับเข้าไปยังพื้นที่แล้วติด 1 ชั่วโมงหรือ 60 นาที จะได้เงินเพิ่ม 60 บาทเท่านั้น และ อาการรถติดแบบนี้เกิดขึ้นได้แม้กระทั่งทางด่วน ที่เราทราบกันดีว่าถ้าหากว่า อยู่บนทางด่วนเกิดรถติด เสียหรือด้านหน้ามีอุบัติเหตุอะไร เราจะไม่สามารถเคลื่อนที่ไปทางอื่นๆได้เลย และต้องรอให้สภาวะการณ์รถติดเหล่านั้นคลายตัวก่อนเท่านั้น เรียกง่ายๆ คือ ถ้าหากว่า คนขับอูเบอร์ไปติดด้วยแล้ว มีแต่ขาดทุนอย่างเดียว นั่งรถอยู่อย่างงั้น 1 ชั่วโมงได้เงิน 60 บาทมันคุ้มค่ากันเสียที่ไหน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะเป็นสองบาทการเดินทางไปยังพื้นที่รถติดก็พึงเลี่ยเป็นอย่างมากอยู่ดี เพราะ รถเมื่อติดแล้ว จะทำให้โอกาสในการทำงานเงินน้อยลงไปมาก เพราะ ลองคิดอีกแบบว่า ปกติแล้ว การเดินทางด้วยรถ  1 กิโลเมตรจะสามารถเดินทางได้ด้วยเวลาประมาณ 1 นาที ถ้าหากว่าเราคิดว่ารถวิ่งเฉลี่ยความเร็วที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แปลว่า สัดส่วนเงินที่ได้จากการขับ 1 km ตอนนี้ คือ 4 บาท (จากระยะทาง) และ 2 บาท (จากเวลาเดินทาง) เรียกได้ว่า ระยะทางสร้างเงินให้คนขับอูเบอร์ 66.67% และ เงินที่ได้จากเวลาคือ  33.33% นั่นเอง เรียกได้ว่า เงินที่ได้จากระยะทางจะเป็น 2 เท่านั่นเอง ทำให้ความคุ้มในการสร้างรายได้เกิดจากการเคลื่อนที่อยู่เหมือนเดิมนั่นเอง

แนวคิดในการประเมินราคารายได้ในรูปแบบนี้ ถ้าหากว่าคุณเป็นคนนั่งก็สามารประเมินได้ด้วยเช่นเดียวกัน ก็คือคิดว่าเสียว่า ระยะทางในการเดินทางทั้งหมด ให้เอามาคูณกับ 6 บาทต่อกิโลเมตรเสียเลยก็จะได้ค่าโดยสารโดยประมาณแล้ว ไม่น่าจะมีความเบี่ยงเบนมากสักเท่าไหร่ โดยต้องคิดด้วยว่าเราเสียเงิน 20 บาทเป็นค่าแรกรถครั้งแรกทันทีด้วย

แนวโน้ม คือ คนขับจะได้เงินมากขึ้น และคนโดยสารจะต้องเสียเงินเยอะขึ้นแต่ว่าเป็นสัดส่วนไม่มากนัก แต่ว่าได้มากขึ้นแน่นอนสำหรับการเดินทางในพื้นที่ กทม. ทั่วๆไป

รายได้เหล่านี้แน่นอนว่า จะต้องโดนหัก 25% เข้า Uber ในฐานะคนที่กินหัวคิวหรือหาลูกค้ามาให้ด้วยแอพของเค้า  หรือคิดเป็น 1.50 บาทต่อกิโลเมตรเฉลี่ย ทำให้เงินที่คาดว่าคนขับจะได้รับจากค่าโดยสารจริงๆ คือ 6 – 1.5 = 4.5 บาทต่อกิโลเมตร (ในการเดินทางที่รถไม่ติด) Net.

อ่านขั้นตอนการสมัครขับ UBER โดยละเอียดได้ที่นี่

กดที่นี่เพื่อสมัครขับอูเบอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

×
สมัครขับสำเร็จ !